คู่มือการใช้งาน LetPot SE (LPH-SE (Senior))

อุปกรณ์ในกล่อง

ส่วนประกอบของตัวเครื่อง:

  1. แผงไฟส่องสว่าง
  2. เสาไฟปรับระดับได้
  3. ตะกร้าปลูก
  4. ฝาครอบถังน้ำด้านบน
  5. ถังน้ำ
  6. ช่องเสียบปั๊ม
  7. ช่องเสียบไฟ
  8. มาตรวัดระดับน้ำ

อะแดปเตอร์ไฟฟ้า x 1 ชิ้น

วัสดุปลูก x 12 ชิ้น

ตะกร้าปลูก x 12 ชิ้น

ฝาโดมเพาะกล้า x 12 ชิ้น

สารอาหารพืช A (แข็ง) x 1 ขวด

สารอาหารพืช B (แข็ง) x 1 ขวด

มาตรวัดระดับน้ำ x 1 ชิ้น

ฝาครอบป้องกันลูกลอย x 1 ชิ้น

แท่งซัพพอร์ตต้นไม้ x 12 ชิ้น

ฝาครอบบังแสง x 6 ชิ้น

ป้าย x 6 ชิ้น

สติกเกอร์บังแสง x 12 แผ่น

ฟังก์ชันของปุ่มควบคุม (ข้างบนแผงไฟ)

เปิด/ปิดเครื่อง: 
เมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก อุปกรณ์จะอยู่ในสถานะปิด ไฟที่ปุ่ม ‘Power’ จะกะพริบ 
กดปุ่ม ‘Power’ เพื่อเข้าสู่สถานะการทำงาน ไฟที่ปุ่ม ‘Power’ จะติดสว่างคงที่

การสลับโหมดไฟสำหรับผักและสมุนไพร หรือดอกไม้และผลไม้: 
กดปุ่มนี้เพื่อสลับระหว่างโหมดไฟต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของพืชแต่ละชนิด 
ในโหมด ‘ผักและสมุนไพร‘ ไฟสีแดง สีน้ำเงิน และสีขาวจะติดสว่าง และไฟปุ่มจะติดสว่างคงที่ 
กดปุ่มอีกครั้งเพื่อสลับไปที่โหมด ‘ดอกไม้และผลไม้‘ ซึ่งไฟสีแดงและสีขาวเท่านั้นที่จะติด และไฟปุ่มจะดับ 

การปรับระดับความสว่าง:
กดปุ่มนี้เพื่อปรับระดับความสว่างต่างๆ
– ในโหมดต่ำ ไฟปุ่ม ‘Brightness’ จะกะพริบ
– ในโหมดสูง ไฟปุ่มจะติดสว่างคงที่
– หากอยู่ในช่วงเวลาที่ไฟปิด ไฟปุ่มจะดับ

ในช่วงระยะการเพาะกล้าและการงอก สามารถเลือกความสว่างระดับต่ำได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพืชมีใบ 2-3 ใบแล้ว ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ความสว่างระดับสูง 

Wi-Fi:
กดปุ่มนี้ค้างไว้ 3 วินาทีเพื่อรีเซ็ตอุปกรณ์เป็นการตั้งค่าจากโรงงาน และเข้าสู่โหมดจับคู่ Wi-Fi จากนั้นจะสามารถค้นหาและเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้โดยใช้แอป LetPot (ดูหัวข้อ “วิธีตั้งค่าแอป LetPot” สำหรับวิธีการเชื่อมต่ออุปกรณ์) 

ปั๊ม:
การกดปุ่มนี้เพียงครั้งเดียวจะเป็นการ เปิดหรือปิดปั๊ม
ปั๊มจะทำงานโดยอัตโนมัติเป็นเวลา 30 นาที แล้วพัก 30 นาทีทุกครั้งที่เปิดเครื่อง 

ไฟปุ่มติดสว่างคงที่แสดงว่าปั๊มกำลังทำงาน 
ไฟปุ่มกะพริบแสดงว่าปั๊มกำลังพัก 
ไฟปุ่มดับแสดงว่าปั๊มปิดอยู่

วิธีการติดตั้ง Letpot SE

1. ใส่เสาไฟปรับระดับได้เข้าไปในด้านหลังของถังน้ำ และด้านบนต่อเข้ากับแผงไฟส่องสว่าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเชื่อมต่อเข้าที่จนล็อกพอดี

2. นำอุปกรณ์ที่อยู่ในถังน้ำออก แล้วติดตั้งมาตรวัดระดับน้ำ และฝาครอบป้องกันลูกลอยตามภาพ

3. เสียบสายไฟของปั๊มน้ำเข้ากับช่องเสียบปั๊มที่ด้านหลังของเสาไฟปรับระดับได้ จากนั้นเสียบปลั๊กอะแดปเตอร์ไฟฟ้า

4. เติมน้ำบริสุทธิ์ 100 มล.  ลงในขวดสารอาหารแต่ละขวด
แล้วเขย่าให้เข้ากัน

5. เมื่อสารละลาย A และ B ละลายหมดแล้ว ให้เทสารละลาย A 25 มล. และสารละลาย B 25 มล.  (สามารถใช้ฝาขวดในการวัดปริมาตร) ลงในภาชนะที่มีน้ำ 5 ลิตร แล้วคนให้เข้ากัน  (สามารถเติมน้ำทีละน้อยตามคำแนะนำอัตราส่วนสารละลายใน “คู่มือแนะนำอัตราส่วนสารอาหาร” ด้านล่างได้)

6. เทน้ำสารอาหารลงในถังน้ำของ LetPot SE
 (แนะนำให้เติมน้ำครั้งแรกไม่เกิน 5.5 ลิตร)

7. ใส่วัสดุปลูกลงในตะกร้าปลูก แล้วใส่ลงในช่องปลูก โดยใส่เมล็ด 2-3 เมล็ดในแต่ละวัสดุปลูกจะดีที่สุด

8. ปิดตะกร้าปลูกด้วยสติกเกอร์บังแสง และโดมเพาะกล้า เพื่อรอการงอก  จากนั้นเปิดไฟและปรับความสูงของแผงไฟให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำเมื่อเพาะเมล็ดรองอก (ประมาณ 4-5 นิ้วห่างจากพืช)  หลังจากที่เมล็ดงอกจนมีใบ 2-3 ใบ สามารถถอดฝาครอบโดมออกได้

หมายเหตุ: ถอดจุดเล็กๆ ตรงกลางสติกเกอร์ออก

9. จับฐานเสาไฟปรับระดับได้ด้านล่างด้วยมือข้างนึง แล้วใช้อีกข้างบีบบริเวณโครงสีดำ เพื่อเลื่อนแผงไฟขึ้นหรือลง
อย่าจับแผงไฟโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดและหล่น

หากต้องการถอดแผงไฟออก กดปุ่ม “Push” ที่อยู่ด้านหลังเสาไฟ แล้วดึงออกอย่างระมัดระวัง

10. เมื่อพีชโตเขึ้น สามารถปรับมุมแผงไฟให้เอียงขึ้นเพื่อถอดฝาครอบถังน้ำด้านบนได้สะดวกยิ่งขึ้น
กรุณาปิดไฟก่อนปรับ และหลีกเลี่ยงการมองแสงไฟโดยตรง

ในช่วงที่พืชกำลังโต ให้ปรับแผงไฟขนานกับไปกันฝาครอบถังน้ำด้านบน เพื่อให้พืชได้รับแสงได้ดีที่สุด

คู่มือแนะนำอัตราส่วนสารอาหาร:
อัตราส่วนความเข้มของสารอาหาร (EC) นี้เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของพืชส่วนใหญ่ 
โดยการเตรียมสารอาหารและน้ำในอัตราส่วน สารอาหารที่มากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อพืช
 สามารถใช้เครื่องทดสอบ EC เพื่อวัดความเข้มข้นของสารอาหาร (EC) ได้
หากมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สามารถปรับอัตราส่วนตามความต้องการได้

สัดส่วนน้ำ/สารอาหาร

น้ำสารอาหาร
1L5ml A + 5ml B
2L10ml A + 10ml B
3L15ml A + 15ml B
4L20ml A + 20ml B
5L25ml A + 25ml B

องค์ประกอบสารละลาย A

Total N11.0%
Soluble P2O59.0%
K2O30.0%
MgO2.0%
EDTA-Fe0.3%
EDTA-Mn0.06%
EDTA-Cu0.005%
EDTA-Zn0.01%
B0.1%

องค์ประกอบสารละลาย B

Total N12%
CaO15%
MgO5%

วิธีตั้งค่าแอป LetPot

1.ติดตั้งแอป LetPot
1.1 สแกน QR โค้ดนี้ หรือค้นหา LetPot โดยตรงบน Apple store หรือ Google play 
1.2 เปิด และลงทะเบียน / เข้าสู่ระบบแอป LetPot จากนั้นทำตามคำแนะนำด้านล่างเพื่อตั้งค่าเครือข่าย

หมายเหตุ: App Store ขอสิทธิ์การเข้าถึงกล้อง เนื่องจากแอปมีฟีเจอร์ Plant Diary ซึ่งต้องใช้ในการถ่ายภาพพืช โดยสิทธิ์นี้ใช้เฉพาะสำหรับการทำงานของแอปเท่านั้น

2.การเชื่อมต่อ Wi-Fi
กดปุ่ม ค้างไว้ 3 วินาที อุปกรณ์จะส่งเสียงบี๊บยาว และเข้าสู่ “โหมดค้นหา” สำหรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 

3. เปิดแอป LetPot และทำตามคำแนะนำเพื่อตั้งค่าเครือข่าย

letpot-se-app-step1

ขั้นตอนที่ 1:หน้าแรก
คลิกปุ่ม “เพิ่มอุปกรณ์” (+) ที่มุมขวาบนของหน้าจอ

letpot-se-app-step2

ขั้นตอนที่ 2: ค้นหาอุปกรณ์เพื่อจับคู่
เลือกอุปกรณ์ที่พบจากรายการ

letpot-se-app-step3

ขั้นตอนที่ 3: กำลังเชื่อมต่อกับ LetPot
กรุณาวางโทรศัพท์ให้อยู่ใกล้กับอุปกรณ์

letpot-se-app-step4

ขั้นตอนที่ 4: เชื่อมต่อ LetPot เข้ากับเครือข่าย Wi-Fi
เลือก Wi-Fi ที่ต้องการให้ LetPot เชื่อมต่อ และโปรดวางอุปกรณ์ LetPot ในบริเวณที่มีสัญญาณWi-Fi ครอบคลุม

letpot-se-app-step5

ขั้นตอนที่ 5: กรอกรหัสผ่าน Wi-Fi
ป้อนรหัสผ่าน Wi-Fi เพื่อให้อุปกรณ์ LetPot เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

letpot-se-app-step6

ขั้นตอนที่ 6: เชื่อมต่อสำเร็จ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ระบบจะพาไปยังหน้าแรกซึ่งสามารถดูและตั้งค่าการใช้งาน LetPot ได้

หากไม่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ โปรดตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นตามข้างล่างนี้:

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารหัสผ่าน Wi-Fi ถูกต้อง  โดยเฉพาะตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ และความยาวของรหัสผ่าน
    อีกวิธีคือลองตรวจสอบรหัสผ่าน โดยเชื่อมต่อ Wi-Fi ด้วยโทรศัพท์ก่อน
  2. อุปกรณ์ LetPot รองรับเครือข่าย Wi-Fi 2.4 GHz เท่านั้น หาก Router มีความถี่สองระดับ โปรดปรึกษาผู้ให้บริการ Router เพื่อแยก SSID ที่แตกต่างกันสำหรับเครือข่าย 2.4 GHz และ 5 GHz  จากนั้น เลือกเชื่อมต่อเครือข่าย 2.4 GHz ในหน้าค้นหา Wi-Fi ของอุปกรณ์ในแอป
  3. ลองเชื่อมต่ออุปกรณ์กับเครือข่าย Wi-Fi อื่น หรือสร้าง Hotspot ด้วยโทรศัพท์ของตนเองเพื่อทดสอบการเชื่อมต่อ 
  4. หากยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ โปรดติดต่อหาลูกค้าสัมพันธ์ผ่านแอปหรืออีเมล

4. แนะนำฟังก์ชัน

  1. แก้ไขชื่ออุปกรณ์ 
  2. คำถามที่พบบ่อย คู่มือผู้ใช้ และการสนับสนุนด้านเทคนิค 
  3. สรุปการตั้งค่า 
  4. เวลาเปิดและปิดของไฟ LED

วิธีดูแลและบำรุงรักษา:

1. ปั๊มน้ำต้องทำความสะอาดหรือไม่ และวิธีทำความสะอาดปั๊มทำอย่างไร
ภายใต้การใช้งานปกติ ปั๊มไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นประจำ  ขอแนะนำให้ทำความสะอาดปั๊มน้ำ และฟองน้ำกรองหลังจากใช้งานอย่างน้อยทุกๆหกเดือน

หากต้องการทำความสะอาดปั๊มน้ำ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:

ขั้นตอนที่ 1:  ปิดเครื่อง และถอดสายไฟ
ขั้นตอนที่ 2:  กดตัวล็อคด้านข้างของปั๊มและเปิดฝาปั๊ม
ขั้นตอนที่ 3:  ถอดฟองน้ำที่อยู่หน้าปั๊มออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด โปรด หลีกเลี่ยงการใช้สารทำความสะอาด เนื่องจากอาจรบกวนสมดุลของธาตุอาหาร หากฟองน้ำสกปรกมาก สามารถพิจารณาแช่ปั๊มทั้งอันในน้ำสะอาดแล้วเขย่าเบาๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและล้างปั๊มทั้งอันได้
ขั้นตอนที่ 4:  ประกอบชิ้นส่วนกลับเข้าที่ และเปิดเครื่องใหม่  หากต้องการคำแนะนำในการถอดแยกชิ้นส่วนปั๊มเพื่อทำความสะอาดอย่างล้ำลึก โปรดติดต่อลูกค้าสัมพันธ์หรือดูวิดีโอสาธิตการทำความสะอาดบน Youtube

2. วิธีทำความสะอาดถังน้ำ: 
หากมีสิ่งสกปรกหรือเศษซากภายในถังเก็บน้ำ ขอแนะนำให้เช็ดภายในด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ หรือผ้าเปียก จากนั้น ปิดเครื่อง และถอดสายไฟ ถอดแผงไฟส่องสว่าง และเสาไฟปรับระดับได้ออก แล้วล้างถังด้วยน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้สารทำความสะอาดใดๆ เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของพืช ในระหว่างการทำความสะอาด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผงไฟ เสาไฟปรับระดับได้ และช่องเสียบไฟและปั๊มไม่สัมผัสกับน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายของวงจรไฟฟ้า

หมายเหตุ: โปรดอ่าน และปฏิบัติตามคู่มือผู้ใช้สำหรับการประกอบ การใช้งาน และการติดตั้งผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและเหมาะสม หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือพบปัญหาใดๆ โปรดติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน หรือส่งอีเมลไปที่ support@letpotthailand.com

ข้อมูลความปลอดภัย

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้อ่าน และทำความเข้าใจคู่มือทั้งหมดอย่างดีแล้ว ก่อนที่จะพยายามประกอบ ใช้งาน หรือติดตั้งผลิตภัณฑ์

  • หลีกเลี่ยงการใช้สารอาหารพืชมากเกินไป อย่าแช่แข็งหรือให้ผลิตภัณฑ์โดนแสงแดดโดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น เก็บสารอาหารให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันหยิบกินโดยไม่ตั้งใจ
  • สิ่งสำคัญคือห้ามมองตรงไปยังแหล่งกำเนิดแสง LED  เพื่อป้องกันดวงตาจากแสงไฟ โดยแผงไฟ LED ได้รับการออกแบบให้เอียงลงเล็กน้อย โปรดงดเว้นการพยายามซ่อมแซมโมดูล LED ที่ใช้ในแผงไฟนี้
  • ก่อนใช้งาน ให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เพื่อหารอยแตก การแตกหัก หรือชิ้นส่วนที่ขาดหายไป หากพบปัญหาดังกล่าว ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์
  • ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาให้ทำงานภายในช่วงอุณหภูมิ 41°F ถึง 104°F (5°C ถึง 40°C) การสัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงเกินไปเป็นเวลานานอาจทำให้อายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ลดลง
  • เพื่อหลีกเลี่ยงการเจาะหรือทำให้สายไฟเสียหาย ห้ามยึดด้วยลวดเย็บกระดาษ ตะปู หรือวัตถุที่คล้ายกัน
  • อย่าปิดหรือคลุมผ้ากับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากอาจทำให้ไฟร้อนจัดจนเกิดการลุกไหม้ได้
  • ตรวจสอบฉนวนของไฟและสายไฟอย่างสม่ำเสมอเพื่อหาความเสียหาย ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์หากฉนวนของไฟหรือสายไฟเสียหาย
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งระบบไฟใกล้ของเหลวไวไฟ
Scroll to Top